9 บทเรียนธุรกิจจากหนังเรื่อง The Founder

9 บทเรียนธุรกิจจากหนังเรื่อง The Founder

พอล ณัฐศิษฏ วาจาสิทธิศิลป์

การดูหนังถือเป็นกิจกรรมยามว่างอย่างหนึ่งที่จะให้ประโยชน์ทั้งในแง่ของสาระและความบันเทิง บางคนดูหนังเพื่อความสนุกสนาน แต่สำหรับผมเองมักจะดูหนังเพื่อค้นหาว่ามีบทเรียนอะไรแฝงอยู่ในนั้น

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Founder ก็ถือเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่ให้แง่คิดในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเรื่องราวของร้านอาหาร แมคโดนัลด์ ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก โดยการก่อตั้งของสองพี่น้องตระกูล แมคโดนัลด์ และ เรย์ คร็อก ที่เข้ามาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ

ซึ่งหนังเรื่องนี้ถือเป็นหนังที่มีความโลดโผน และถือเป็นเรื่องราวที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ทางธุรกิจเป็นอย่างดี โดยผมจะเอาข้อคิดมาฝาก 9 ข้อด้วยกัน ดังนี้

เครดิตภาพ: www.pexels.com/th-th/photo/7937315/

1. Prototype

เวลาที่เราเริ่มต้นทำธุรกิจขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง หลายคนอาจจะไปจ้างโรงาน OEM ให้ผลิตสินค้าออกมาเป็นสินค้าตนแบบ แต่สำหรับร้าน แมคโดนัลด์ นั้น การสร้างร้านอาหารต้นแบบนั้นถือว่าเป็นโจทย์ที่แตกต่างออกไป เนื่องจากเป้าหมายของพี่น้องตระกูลแมคโดนัลด์ ก็คือการสร้างต้นแบบร้านอาหารที่มีความรวดเร็วในการเสริฟอาหารแบบ Drive Thru ซึ่งร้านอาหารประเภทนี้ถือว่าได้รับความนิยมในอเมริกาเป็นอย่างมาก ณ ช่วงเวลานั้น และจะต้องเอาชนะคู่แข่งให้ได้ด้วยความเร็วในการเสริฟอาหารนั้นเอง

พี่น้องแมคโดนัลด์ จึงได้เริ่มต้นออกแบบร้านอาหารของเขา โดยวาดแบบแปลนในสนามเทคนิส ซึ่งเขาให้ความสำคัญกับการออกแบบจัดวางตำแหน่งต่าง ๆ ภายในร้านอาหารเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเขาคิดว่าถ้าเอาพนักงานจำนวนมากมาทำงานในครัวเดียวกัน ถ้าออกแบบห้องครัวไม่ลงตัว พนักงานก็จะเดินชน เป็นอุปสรรคและทำให้ทำงานได้ช้าลง เขาจึงใส่ใจกับเรื่องการออกแบบและการจัดวางตำแหน่งต่าง ๆ ให้พนักงานสามารถทำงานอย่างลื่นไหลที่สุด

สำหรับการทำธุรกิจ ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเราสามารถทำในสิ่งที่ถูกต้อง หรือมีต้นแบบที่ดีมาตั้งแต่แรก มันก็จะทำให้เราเกิดต้นแบบ และคัดลอกในสิ่งที่ถูกต้องต่อไปเรื่อย ๆ

2. Story telling

สิ่งที่ทำให้ เรย์ คร็อก ประสบความสำเร็จมากกว่าพี่น้องแมคโดนัลด์ เพราะเขาเป็นคนที่มีความสามารถในการเล่าเรื่อง ส่วนพี่น้องแมคโดนัลด์จะเป็นคนที่ทุ่มเทและมุ่งเป้าไปที่ความสมบูรณ์แบบในการทำงาน ซึ่งถือเป็นความแตกต่างกันในลักษณะพื้นฐานของบุคลิกภาพ

ซึ่งในการทำธุรกิจนั้นเราจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน และควรที่จะไปจัดวางตัวเองอย่างไรให้เอื้อต่อการประสบความสำเร็จทางธุรกิจ ถ้าใครอยากรู้ว่าตัวเองมีบุคลิกภาพเป็นเช่นไร สามารถเข้าไปทำแบบทดสอบได้ที่ https://event.pay4tomorrow.com/identitytest

สำหรับในหนังเรื่องนี้ ด้วยความที่ เรย์ คร็อก เป็นนักเล่าเรื่อง เป็นนักสื่อสาร เขาก็ใช้ทักษะพื้นฐานที่ตัวเองมี ไปขายวิสัยทัศน์ให้กับพี่น้องแมคโดนัลด์ ไปขายวิสัยทัศน์ให้กับนักลงทุน เพื่อสร้างธุรกิจและขยายกิจการขายแฟรนไชส์ร้านอาหาร แมคโดนัลด์ออกไป

ซึ่งวันนี้ถ้าใครคิดจะทำธุรกิจ ผมก็ยืนยันได้ว่าทักษะการเล่าเรื่องยังคงเป็นทักษะที่สำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดทรัพยากรที่ไม่ใช่ของเรา ให้เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

พลังแห่งการเล่าเรื่องสามารถทำให้คุณรวย
และสร้างอาณาจักรแสนล้านบนโลกใบนี้ได้

3. Pareto – 80:20

หลักการ Pareto หรือหลัก 80:20 นี้ ถือเป็นอีกหลักการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการตลาด กล่าวคือ ไม่ว่าธุรกิจของเราจะมีสินค้าอยู่จำนวนเท่าไหร่ก็ตาม แต่จะมีสินค้าที่ขายดีอยู่ 20 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ

ซึ่งพี่น้องตระกูลแมคโดนัลด์เอง เขาก็ได้ค้นพบว่า 85% ของรายได้ทั้งหมดในการธุรกิจ มาจากผลิตภัณฑ์เพียงแค่ 3 ตัวเท่านั้น(จากผลิตภัณฑ์กว่า 20 รายการ) ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงโฟกัสที่ผลิตภัณฑ์แค่ 3 ตัวนี้เท่านั้น

ดังนั้น ถ้าเราเป็นคนที่ทำธุรกิจ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องค้นหาให้เจอว่าสินค้าที่เราควรจะโฟกัสนั้นมีกี่รายการ เพราะหลายคนติดกับดัก เวลาขายไม่ดีก็สร้างสินค้าใหม่ไปเรื่อย ๆ

เครดิตภาพ: www.pexels.com/th-th/photo/4913769/

4. Be curious – ช่างสงสัย

ก่อนที่ เรย์ คร็อก จะมาเจอกับพี่น้องแมคโดนัลด์ เขาเองเป็นเซลล์ขายเรื่องทำไอศรีมมาก่อน และยอดขายก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนสั่งเครื่องทำไอศรีมของเขาทีเดียว 6 เครื่อง เขาก็เกิดความสงสัยว่าทำไมถึงซื้อไปเยอะขนาดนี้ ดังนั้น เขาจึงเดินทางไปดูที่ร้านแมคโดนัลด์ เพื่อหาคำตอบ และเมื่อเขาไปถึงก็ได้พบกับภาพของร้านแมคโดนัลด์ต้นแบบ ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะมีความอร่อยและมีกระบวนการในการประกอบอาหารได้อย่างรวดเร็ว

จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ เรย์ คร็อก มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ที่จะทำให้ร้านอาหารแห่งนี้เติบโต ขยายสาขา และสามารถสร้างผลกำไรอย่างงามกับตัวเขาเอง

ดังนั้น การเป็นคนช่างสงสัย ถือเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของคนที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

ถ้าเราอยากจะรวยเราจะต้องช่างสงสัย
เพราะจะทำให้เรามองเห็นสิ่งที่คนอื่นละเลยไป
และสิ่งนั้นก็คือโอกาสในการทำธุรกิจของเรา

5. คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก

พี่น้องแมคโดนัลด์ แม้จะเป็นคนที่ริเริ่มทำร้านอาหารก็จริง แต่เขาคิดเพียงแค่ว่าอยากจะมีร้านอาหารเป็นของตัวเองสัก 3-4 ร้านก็เพียงพอแล้ว เพราะเขาทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ร้านอาหารไม่มีคุณภาพ ดังนั้น เขาจะต้องจำกัดจำนวนร้านให้มีน้อย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ แต่ เรย์ คร็อก กลับมีความคิดที่แตกต่างออกไป เขาใฝ่ฝันว่าร้านแมคโดนัลด์ จะต้องเป็นมุดหมายที่ชาวอเมริกันทุกคนจะต้องมาใช้บริการ

และด้วยความที่ เรย์ คร็อก เป็นคนคิดใหญ่ไม่คิดเล็ก สุดท้ายจึงทำให้ร้านแมคโดนัลด์ ได้ขยายสาขาไปทั่วประเทศ และทั่วโลกในเวลาต่อมา โดยใช้วิธีการขายแฟรนไชส์. และหาคนมาช่วยทำงาน ในระบบที่จะยังคงรักษามาตรฐานของร้านเอาไว้ได้

เครดิตภาพ: www.pexels.com/th-th/photo/3184434/

6. พันธมิตรที่ใช่

เมื่อ เรย์ คร็อก มีความมุ่งหวังว่าจะขยายธุรกิจร้านแมคโดนัลด์ เขาก็ได้มีการไปนำเสนอให้กับนักลงทุน ซึ่งเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวย แต่ในท้ายที่สุดเขาก็พบว่า ร้านต่าง ๆ ที่เป็นสาขาแฟรนไชส์.ของเขากลับไม่สามารถรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ เพราะคนรวยก็มีความมุ่งหวังแค่ว่า หน้าที่ของเขาคือแค่การจ่ายเงินลงไป และร้านอาหารมันควรจะดีได้ด้วยตัวมันเอง

ซึ่งถึงตอนนั้น เรย์ คร็อก จึงได้รู้ซึ้งว่า พันธมิตรที่จะทำให้ธุรกิจของเขาเติบโต อาจจะไม่ใช่คนที่มีเงินเสมอไป แต่จะต้องเป็นคนที่มีหัวใจอันใฝ่ฝันในการสร้างอนาคต และเขาก็พยายามคิดว่าจะหาคนกลุ่มนี้ มาจากไหน…แล้วก็คิดได้ว่าคู่สามีภรรยาที่กำลังสร้างครอบครัว ถือเป็นกลุ่มที่เหมาะสมที่สุด เพราะคนกลุ่มนี้จะมีความกระตือรือร้น และทดทนพยายาม เพื่อวางรากฐานชีวิตดีให้กับลูก ๆ ของพวกเขา เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาก็เดินหน้าคนหาคนกลุ่มนี้มาร่วมงานด้วย แล้วก็ทำให้ธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จได้จริง ๆ

พันธมิตรของเราอาจจะไม่ใช่คนที่รวยเสมอไป
แต่หมายถึงคนที่มีความเหมาะสมกับโมเดลธุรกิจของเรา

7. เข้าใจว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจอะไร

ในการทำธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนพลาด คือการไม่เข้าใจว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจไหน จึงไม่สามารถทำให้ธุรกิจของตัวเองเติบโตต่อไปได้

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ เรย์ คร็อก ได้เผชิญกับความท้าทายทางการเงิน เพราะผลตอบแทนที่เขาได้รับจากส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ในการขายอาหารในแต่ละชิ้นนั้น ไม่คุ้มค่าการตลาดที่เขาได้ลงทุนไป เขาไปปรึกษาผู้เชียวชาญด้านการเงิน และก็ได้รับคำตอบที่พลิกชีวิตเลยที่เดียว นั้นก็คือ “คุณไม่ได้อยู่ในธุรกิจอาหาร แต่คุณกำลังอยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์”

หลังจากนั้น เรย์ คร็อก ก็ได้ปรับรูปแบบการทำธุรกิจของตัวเองใหม่ โดยการตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เพื่อไปหาทำเลอันเหมาะสมในการตั้งร้านแมคโดนัลด์ และใครก็ตามที่คิดอยากจะซื้อแฟรนไชส์ จะต้องมาเช่าร้านของเขาในการเปิดกิจการเท่านั้น ด้วยวิธีการนี้ เรย์ คร็อก จึงมีรายได้สองทาง นั้นก็คือการขายแฟรนไชส์ และการให้เช่าร้านนั้นเอง จนทำให้เขาไม่มีปัญหาทางการเงินอีกต่อไป

8. ทุกอย่างที่ตกลงกัน ต้องทำสัญญา

อะไรที่ตกลงในการทำธุรกิจ ให้เขียนเป็นสัญญาเอาไว้เสมอ เพราะในภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่า การทำธุรกิจร่วมกันนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่โรแมนติกเหมือนละคร และการทำข้อตกลงด้วยการจับมือแบบสุภาพบุรุษนั้นใช้ไม่ได้ในโลกการทำธุรกิจ เหมือนตัวอย่างของพี่น้องแมคโดนัลด์ ที่ถูกเลห์กลทางธุรกิจ จนทำให้เขาไม่สามารถรักษาแบรนด์แมคโดนัลด์เอาไว้ได้ แม้ว่ามันจะเป็นนามสกุลของพวกเขาเองก็ตาม  

เครดิตภาพ: www.pexels.com/th-th/photo/9572623/

9. Never too late – ไม่มีคำว่าแก่เกินไปสำหรับความสำเร็จ

ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะเห็นได้ว่า อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข และไม่ใช้ข้อจำกัดในการทำธุรกิจ เนื่องจากผู้ก่อตั้งแมคโดนัลด์ทั้ง 3 คนนั้นเรียกได้ว่าอยู่ในช่วงวัยกลางคน ก็คือพี่น้องตระกูลแมคโดนัลด์คนโต อายุ 52 ปี คนที่เป็นน้องอายุ 45 ปี และ เรย์ คร็อก ก็อายุ 52 แล้วเช่นกัน

ดังนั้น อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลย ไม่มีอะไรมาขวางกันความสำเร็จในการทำธุรกิจของเราได้ ไม่มีคำว่าแก่เกินไปสำหรับคำว่า “สำเร็จ”

และทั้งหมดนี้ก็คือ 9 บทเรียนธุรกิจจากหนังเรื่อง The Founder ที่ผมเชื่อว่าจะเป็นทั้งแรงบันดาลใจ และเป็นทั้งบทเรียนในการทำธุรกิจของเราได้เป็นอย่างดี

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

9 บทเรียนธุรกิจจากหนังเรื่อง The Intern

พอล ณัฐศิษฏ วาจาสิทธิศิลป์ หนัง หรือ ภาพยนตร์ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิต ในการทำงาน รวมถึงในการทำธุรกิจ เพราะถ้าเราเป็นคนช่างสังเกต

อ่านต่อ »

สิ่งที่ควรรู้ ก่อนขายสินค้าเข้าห้าง

พอล ณัฐศิษฏ วาจาสิทธิศิลป์ สำหรับบทความที่ทุกจะได้อ่านกันต่อไปนี้นั้น ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง วัยรุ่นพันล้าน ซึ่งหลาย ๆ คนก็คงจะเคยได้รับชมกันมาแล้ว

อ่านต่อ »

10 บทเรียนสำคัญในการทำธุรกิจ

พอล ณัฐศิษฏ วาจาสิทธิศิลป์ ผมเป็นคนหนึ่งที่เฝ้าสังเกตปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแวดวงธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ได้เห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวของผู้คน ได้เห็นว่าทำไมคนจำนวนมากที่เข้าสู่เส้นทางธุรกิจแล้วไม่ประสบความสำเร็จ กับอีกคนจำนวนหนึ่งทำไมเข้าสู่เส้นทางธุรกิจแล้วพวกเขาจึงประสบความสำเร็จ

อ่านต่อ »

ชีวิตไม่มีวันก้าวหน้า ถ้าคุณขาดเรื่องนี้

พอล ณัฐศิษฏ วาจาสิทธิศิลป์ สำหรับในบทความนี้ เรียกได้ว่าผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวในภาพยนตร์ซีรีย์เรื่อง Glee ซึ่งเป็นเรื่องราวของการค้นหาตัวเองโดยวัยรุ่นอเมริกา ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงวัยมัธยมปลาย โดยในหนังเรื่องนี้จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวงดนตรี

อ่านต่อ »

รับสิทธิพิเศษมั๊ย?

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save
Scroll to Top

ลงทะเบียนตอนนี้ รับ E-Books ฟรี!!